หน้าแรกเกี่ยวกับ กุหลาบดอยรีสอร์ทสำรองห้องพักเว็บบอร์ดสมุดเยี่ยมแผนที่ติดต่อเรา
ยินดีต้อนรับ
สมาชิกใหม่วันที่
Rod28:2:2553
โบลิ่ง27:2:2553
แม็ก18:2:2553
o15:2:2553
unyonG2:9:2553
siri2:6:2553
กวาง26:1:2553
ฟ้า20:1:2553
ฮาน14:1:2553
Nookie11:4:2549
เมนูหลัก

ปฏิทินกิจกรรมพิเศษ
July 2014
S M T W T F S
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    
             
เรื่องราวมากมายที่อยากบอกต่อ ... > อาการไส้ติ่งอักเสบ


ห้วข้อกระทู้
อาการไส้ติ่งอักเสบ
รายละเอียด
อาการไส้ติ่งอักเสบจะปวดท้องบริเวณท้องน้อยด้านขวา อาจมีอาการอาเจียนร่วมด้วย แพทย์เท่านั้นที่จะวินิจฉัยได้ครับ และถ้าอักเสบจะอันตรายมากครับ ต้องเข้ารับการรักษาโดยทันที


ผู้โพส : นายบอกต่อ
วันที่ : Sunday, July 06, 2549 เวลา : 4:45:48 PM


ความคิดเห็นที่ 1

มารู้จักไส้ติ่งกันก่อนนะจ๊ะ
เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายที่ยื่นออกไปจากลำไส้ใหญ่ส่วนต้น
มีลักษณะเป็นถุงคล้ายนิ้วมือยาวประมาณ 10 ซ.ม. อยู่ส่วนล่างข้างขวาของช่องท้อง
ไม่ใช่อวัยวะที่มีความจำเป็นต่อระบบทางเดินอาหาร

ไส้ติ่งอักเสบ มีสาเหตุจากการอุดตันภายในของรูไส้ติ่ง เช่น มีเศษอาหาร อุจจาระ พยาธิ เนื้องอก อุดตันทำให้มีการติดเชื้อแล้วเกิดการอักเสบขึ้น

อาการแสดงของไส้ติ่งอักเสบ
1. ไส้ติ่งอักเสบอย่างเฉียบพลันอาการจะเป็นอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการปวด แบบแน่น หรือมวนท้องรอบๆ สะดือและย้ายมาปวดบริเวณส่วนล่างขวา มีคลื่นไส้อาเจียน รับประทานอาหารไม่ได้ และมีไข้
2. ไส้ติ่งอักเสบเรื้อรัง จะมีอาการปวดท้องเป็นๆ หาย ๆ ไม่รุนแรง

อาการแทรกซ้อน
1. ไส้ติ่งอักเสบแตก ลุกลามกลายเป็นเยื้อบุช่องท้องอักเสบเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ อาจเกิดขึ้นหลังจากมีอาการไม่กี่วัน
2. ไส้ติ่งอักเสบกลายเป็นฝี จะมีไข้สูง และมีก้อนกดเจ็บที่ท้องน้อยข้างขวาด้านล่าง

การรักษา
ไส้ติ่งอักเสบอย่างเฉียบพลัน
แพทย์จะทำการผ่าตัดโดยตัดไส้ติ่งออกทันที ถ้าไส้ติ่งแตกแพทย์จะวางท่อบริเวณแผลผ่าตัด
และเย็บปิดแผลเฉพาะชั้นกล้ามเนื้อเปิดชั้นไขมันและผิวหนังไว้ เพื่อล้างแผลทุกวัน
ประมาณ 3 - 5 วัน จนกว่าแผลจะสะอาด และไม่มีหนองแล้วจึงจะเย็บปิดแผล

ไส้ติ่งอักเสบเรื้อรัง
ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทันที แพทย์จะพิจารณา รักษาตามอาการโดยเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด
งดน้ำงดอาหาร ให้น้ำเกลือ และยาปฏิชีวนะก่อนแล้วจึงจะนัดผ่าตัดภายหลัง

<< หมายเหตุ >>>
การปฏิบัติตัวก่อนและหลังผ่าตัดเหมือนการผ่าตัดทั่วๆไป กรณีไส้ติ่งอักเสบอย่างเฉียบพลัน
แพทย์จะทำการผ่าตัดฉุกเฉิน ให้งดน้ำงดอาหาร โกนขนบริเวณหน้าท้อง และให้น้ำเกลือ
ถอดฟันปลอมก่อนเข้าห้องผ่าตัด และเข้าห้องผ่าตัดทันที

สภาพหลังการผ่าตัด
มีแผลผ่าตัดบริเวณหน้าท้องค่อนไปทางขวา

บางรายมีท่อระบายสารคัดหลั่งออกจากร่างกายโดยสายจะต่อจากร่างกายบริเวณแผลหน้าท้อง

ได้รับน้ำเกลือจนกว่าจะพ้นขีดอันตรายและรับประทานอาหารได้ดี

กรณีไส้ติ่งอักเสบ แต่ไม่มีไส้ติ่งแตกลักษณะของแผลผ่าตัดจะปิดไว้ประมาณ 7 วันจึงจะเปิดทำแผลและตัดไหม ต้องระวังไม่ให้แผลโดนน้ำเพราะจะทำให้อักเสบและเกิดการติดเชื้อได้ง่าย และจะอาบน้ำได้หลังตัดไหมแล้ว

กรณีไส้ติ่งแตก แพทย์จะเปิดทำแผลประมาณ 2 - 3 ครั้งต่อวันจนกว่าแผลจะสะอาดไม่มีหนอง แพทย์จึงจะเย็บปิดแผลไม่ต้องเปิดทำแผลและนัดมาตัดไหม**กครั้ง และต้องระวังไม่ให้แผลโดนน้ำ จนกว่าจะถึงวันนัด

การวิ่งออกกำลังกาย หรือยกของหนักควรเริ่มหลัง 6 สัปดาห์หลังผ่าตัด
จาก นายบอกต่อ [7/6/2549 16:49:29 ]

ความคิดเห็นที่ 2
ลองไปทำความรู้จักกับไส้ติ่งอักเสบได้ที่นี่

http://www.mahidol.ac.th/mahidol/ra/rans/Resources/PublicEdu/Appendic.htm
จาก นายบอกต่อ [7/6/2549 16:50:53 ]

ความคิดเห็นที่ 3
เมื่อเวลาที่ปวดท้อง คนโดยทั่วไปมักนึกถึงโรคไส้ติ่งอักเสบด้วยโรคหนึ่งเสมอ ผู้ป่วยที่ไปหาแพทย์เวลาปวดท้องมักจะถามว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบหรือไม่ ไส้ติ่งอักเสบนั้นหมายถึง โรคที่มีการอักเสบของลำไส้ใหญ่ส่วนต้นที่เป็นส่วนยื่นออกมาที่เรียกว่าไส้ติ่ง อาการของโรคนี้คือ มีอาการปวดท้องร่วมกับมีอาการไข้ อาการปวดท้องมักจะเริ่มบริเวณรอบ ๆ สะดือ ต่อมาอาการปวดก็จะเลื่อนไปปวดที่บริเวณท้องน้อยด้านขวา มักจะปวดตื้อ ๆ ตลอดเวลา ผู้ป่วยอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย อาการมักจะเป็นเฉียบพลันและเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าไม่ได้รับการรักษาอาจจะทำให้ไส้ติ่งแตกทะลุมีหนองออกมาภายในช่องท้อง และมีอันตรายถึงชีวิตได้

การรักษาโรคไส้ติ่งอักเสบมีวิธีเดียว คือ การผ่าตัด แพทย์จะทำการผ่าตัดไส้ติ่งส่วนที่อักเสบนั้นออกไป ทำให้ผู้ป่วยหายปวดท้องและอาการดีขึ้นเรื่อย ๆ ในกรณีที่มีอาการไม่ชัดเจน แพทย์ตรวจร่างกายแล้วไม่แน่ใจว่าจะเป็นไส้ติ่งอักเสบหรือไม่ แพทย์อาจให้การรักษาโดยให้คนไข้งดน้ำและอาหาร ให้น้ำเกลือและยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือด ถ้าอาการดีขึ้นอาจไม่จำเป็นต้องทำผ่าตัด ในปัจจุบันเมื่อเราผ่าตัดภายในช่องท้อง เช่น ผ่าตัดคลอดบุตร หรือผ่าตัดมดลูกหรือปีกมดลูก แพทย์อาจจะทำการผ่าตัดไส้ติ่งออกให้เลย เพราะจะได้ไม่ทำให้เกิดการอักเสบขึ้นภายหลัง

สำหรับในสุภาพสตรี อาการของไส้ติ่งอักเสบ อาจคล้ายกลับอาการของปีกมดลูกอักเสบ ซึ่งสูตินรีแพทย์จะเป็นผู้ให้การรักษาโดยการให้ยาปฎิชีวนะ แต่ต้องให้การวิเคราะห์โรคให้ได้ก่อนรักษา โดยการตรวจภายในคนไข้
จาก นายบอกต่อ [7/6/2549 16:52:18 ]

ความคิดเห็นที่ 4
เราก้มีอาการคล้ายเป็นไส้ติ่ง แพทย์ก็ไม่ฟันธงว่าเป็นไส้ติ่ง อักเสบนะ ให้เรานอนดูอาการไปเรื่อย ๆ จนเราหายดี แต่ก็ยังปวดท้อง เรื่อยๆ อยู่ ดูเหมือนว่าท้องของเรายังไม่เหมือนปกติเท่าที่ควรนัก จึงเป็นปัญหาว่า เราเป็นอะไร ตอนแรกเราปวดท้องรอบๆสะดือก่อน แล้วหมอก็ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อให้ เราก็หายปวดท้อง แต่กลับย้ายมาปวดท้องน้อยทางด้านขวา พอหมอกดบริเวณที่เราปวดเราจะเจ็บมาก แต่เป็นๆ หายๆ ไข้มีเล็กน้อย ประมาณ 36-38 องศา ขึ้น ๆ ลง ๆ ภายใน 2-3 วัน เราก็ท้องเสียด้วย ตอนแรกก็ปวดๆ เหมือนจะถ่ายนะ แต่ก็ไม่ถ่าย จนหมอให้เรากินยาระบาย แล้วก็ถ่ายไปตั้ง 8-9หน จนเราเพลียมากๆ ติดต่อกัน 3 วันเชียวนะ หมอก็ให้ออกจาก รพ. ได้มาอยู่บ้าน จนตอนนี้เราก็ไม่รู้ว่า เราเป็นโรคไส้ติ่งอักเสบหรือเปล่า หรือเป็นโรคอะไร ใครก็ได้ช่วยเราด้วยนะ
จาก แตงกวา [30/3/2551 22:20:12 ]

ความคิดเห็นที่ 5
สู้ สู คุณแตงกวา
จาก นายบอกต่อ [18/7/2551 22:27:58 ]

ความคิดเห็นที่ 6

Dimensions: 353 x 471
Image Type: Bitmap

I Not No
จาก L and May [26/7/2551 20:38:46 ]

ความคิดเห็นที่ 7

Dimensions: 50 x 50
Image Type: Bitmap

นี่เราก้อเคยเป็นไส้ติ่งอักเสบนะผ่าตัดแล้วด้วยน่ากลัวมากกเลยว้าวอยู่โรงบาลราชวิถี ผึ่งออกมาจาก โรงบาลเมื่อวานเอง
จาก นาดี้ [26/7/2551 20:44:04 ]

ความคิดเห็นที่ 8
ผลทางห้องแลป จะให้ผลอย่าวงไรค่ะ
จาก นุชพค. [26/10/2551 10:01:02 ]

ความคิดเห็นที่ 9
มีอาการปวดแบบจุกเสียดที่ท้องด้านขวาเป็นมาสองถึงสามวันแล้วไม่มีไข้และไม่อาเจียร มีโอกาสเป็นไส้ติ่งอักเสบได้ไหมครับพอจะมีใครช่วยบอกได้บ้าง ตอบด่วนด้วยน่ะครับ ขอบคุณมากครับ
จาก k2 [27/10/2551 15:19:58 ]

ความคิดเห็นที่ 11
คือเราปวดท้องด้านขวาบ่อยๆ

แต่ก็ไม่เป็นอะไร ปวดแบบจีดเลยอะ

สักพักก็ปกติ แต่เป็นมานานหลายเดือนแล้ว

เลยงง ว่าตกลงเป็นไส้ติ่งหรือป่าว
จาก บี [1/11/2551 19:00:20 ]

ความคิดเห็นที่ 12
รู้สึกปวดท้องด้านขวาใต้สะดือเลยกดหาทางเวปว่าอาการใส้ติ่งเป็นยังไงเลยเข้ามาเจอเวปนี้ปวดจุกมากเป็นๆหายๆไม่ทราบจะเป็นไส้ติ่งหรือเปล่า
จาก กลัวเป็นไส้ติ่ง [23/11/2551 21:47:47 ]

ความคิดเห็นที่ 13
ขอบคุณครับ
จาก ^^ [18/12/2551 9:14:03 ]

ความคิดเห็นที่ 14
เราก้อเพิ่งออกจากโรงพยาบาลเมื่อวานเป็นไส้ติ่งอักเสบ เจ็บมากเลย ไปนอนโรงบาลบีเเคร์มา 3 วัน
จาก เซ็ง [26/12/2551 15:10:19 ]

ความคิดเห็นที่ 15
เราปวดท้องมาสามวันแล้วด้ายขวาอะ
เวลาหายใจเข้าก็ปวด หาวก็ปวด
ยืดตัวตรงก็ปวด
แบบนี้เปงไส้ติ่งปะอยากรู้
ช่วยตอบมาทาง**เมล์ทีนะ
จาก คนปวดมากๆ [27/12/2551 21:05:11 ]

ความคิดเห็นที่ 16
ปวดท้องอยู่สองวันฉีดยาก็ไม่หายกินยาก็ไม่ดีขึ้น เดินตัวงอเป็นกุ้งเลยกินอะไรเข้าไปก็อาเจียน สุดท้ายไปหาหมอ ตรวจเลือดตรวจปัสสวะแล้วหมอว่ามีเม็ดเลือดขาวในปัสสวะเยอะสงสัยว่าจะเป็นอาการของโรคไส้ติ่งอักเสบรึไม่ก็กระเพาะปัสสวะอักเสบต้องนอนโรงพยาบาล เข้านอนตอนสองทุ่ง สี่ทุ่มหมอศัลยกรรมมาตรวจกดท้องดูมีอาการกดเจ็บท้องด้านขวาก็เลยให้ผ่าบอกว่ามีโอกาสเป็นไส้ติ่งอักเสบ80เปอเซนต์ เอกซเรย์แล้วก็ผ่าตอนห้าทุ่มเลย ตอนเช้ามาหมอบอกว่าไส้ติ่งเกือบแตกแล้ว อิอิ หายปวดท้องมาปวดแผลแทน นี่ก็เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. นี่เอง
จาก yuki [1/1/2552 13:47:21 ]

ความคิดเห็นที่ 17
yuki หายไวๆนะค่ะ
เรากะลัง ลังเล กับอาการที่ไม่ชัดเจนของเราอยู่เหมือนกัน
ไม่แน่ใจว่าจะเป็น ไส้ติ่งรึป่าว ?
แต่เรากินข้าวได้ ไม่มีอาการอาเจียนเลย นะ
ไม่อยากเป็น ไส้ติ่งอักเสบอ่ะ กลัววว ผ่าตัดง่ะ งือๆๆๆ
จาก June* [4/1/2552 0:45:30 ]

ความคิดเห็นที่ 18
สู้ๆนะค่ะ เป็นกำลังใจให้นะค่ะ
จาก นานา [12/1/2552 10:55:50 ]

ความคิดเห็นที่ 19
ตายแล้ว
จาก .... [16/1/2552 18:30:47 ]

ความคิดเห็นที่ 20
ขอบคุณมากค่ะ พอดีassingmentเป็นโรคนี้ ได้ความรู้เพิ่มมาก ขอบคุณค่ะ
จาก m [17/1/2552 14:38:14 ]

ความคิดเห็นที่ 21
ปวดท้องทางด้านขวามา 3 วันแล้วครับ
ปวดบริเวณไส้ติ่งอ่ะครับ แบบนี้เค้าเรียกว่า ไส้ติ่งอักเสบอ่ะป่าว
ตอบมาด่วนน่ะครับ
จาก Tomme [21/1/2552 14:50:58 ]

ความคิดเห็นที่ 22
อยู่ๆก็ปวดท้องทางด้านขวาเลย กินข้าวก็ไม่ได้ แถมยังถ่ายท้องด้วยไม่รู้ว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบหรือป่าว หิวข้าวมากเลยนะแต่กินได้ 2-3 คำเอง
จาก กวาง [29/1/2552 8:43:29 ]

ความคิดเห็นที่ 23

Dimensions: 300 x 308
Image Type: Bitmap

อาการปวดท้อง


อาการปวดท้อง (abdominal pain) ที่มีสาเหตุจากอวัยวะต่างๆ ที่อยู่ภายในช่องท้อง ซึ่งเป็นไปได้ตั้งแต่ตับทางชายโครงขวา ม้ามทางชายโครงซ้าย กระเพาะอาหาร 9 และหลอดอาหารตรงกลาง ต่ำลงไปเป็นตับอ่อน ลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ ในสตรีมียังมีอวัยวะสืบพันธุ์สตรีที่อาจเป็นสาเหตุของอาการปวดท้องได้ เช่น มดลูก ปีกมดลูก และรังไข่ ส่วนกระเพาะปัสสาวะที่อยู่ในอุ้งเชิงกรานนั้น ถ้าเกิดการอักเสบ ย่อมก่อให้เกิดปัญหาปวดท้องได้เช่นกัน

เนื่องจากอาการปวดท้องนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุมาก ตั้งแต่โรคง่ายๆ ที่ไม่มีอันตรายมากนัก เช่น อาหารไม่ย่อย ท้องอืดท้องเฟ้อ โรคกระเพาะอาหาร หรือลำไส้ อักเสบ หรือปวดประจำเดือน ซึ่งอาจหายได้เอง หรือเมื่อได้รับยาบรรเทาอาการก็จะดีขึ้น ไปจนถึงโรคบางโรค ซึ่งเป็นโรคร้ายแรง ถ้าวินิจฉัยผิดพลาด หรือให้การรักษาไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก ก็อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เช่น ไส้ติ่งอักเสบ แผลในกระเพาะอาหารทะลุ ถุงน้ำดีอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ ลำไส้อุดตันหรือตีบตัน ท้องนอกมดลูก หรือถุงน้ำของรังไข่แตก เป็นต้น

ดังนั้น การที่ผู้ป่วย หรือผู้ใกล้ชิดที่ดูแลผู้ป่วย สามารถให้รายละเ**ยดเกี่ยวกับอาการปวดท้องได้มากเท่าใด แพทย์ก็จะสามารถวินิจฉัยโรคเบื้องต้นได้และทำการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมได้ถูกต้อง รวดเร็ว โดยไม่เสียเวลา หรือสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น
สาเหตุ
อาการปวดท้อง


อาการปวดท้อง (abdominal pain) ที่มีสาเหตุจากอวัยวะต่างๆ ที่อยู่ภายในช่องท้อง ซึ่งเป็นไปได้ตั้งแต่ตับทางชายโครงขวา ม้ามทางชายโครงซ้าย กระเพาะอาหาร 9 และหลอดอาหารตรงกลาง ต่ำลงไปเป็นตับอ่อน ลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ ในสตรีมียังมีอวัยวะสืบพันธุ์สตรีที่อาจเป็นสาเหตุของอาการปวดท้องได้ เช่น มดลูก ปีกมดลูก และรังไข่ ส่วนกระเพาะปัสสาวะที่อยู่ในอุ้งเชิงกรานนั้น ถ้าเกิดการอักเสบ ย่อมก่อให้เกิดปัญหาปวดท้องได้เช่นกัน

เนื่องจากอาการปวดท้องนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุมาก ตั้งแต่โรคง่ายๆ ที่ไม่มีอันตรายมากนัก เช่น อาหารไม่ย่อย ท้องอืดท้องเฟ้อ โรคกระเพาะอาหาร หรือลำไส้ อักเสบ หรือปวดประจำเดือน ซึ่งอาจหายได้เอง หรือเมื่อได้รับยาบรรเทาอาการก็จะดีขึ้น ไปจนถึงโรคบางโรค ซึ่งเป็นโรคร้ายแรง ถ้าวินิจฉัยผิดพลาด หรือให้การรักษาไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก ก็อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เช่น ไส้ติ่งอักเสบ แผลในกระเพาะอาหารทะลุ ถุงน้ำดีอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ ลำไส้อุดตันหรือตีบตัน ท้องนอกมดลูก หรือถุงน้ำของรังไข่แตก เป็นต้น

ดังนั้น การที่ผู้ป่วย หรือผู้ใกล้ชิดที่ดูแลผู้ป่วย สามารถให้รายละเ**ยดเกี่ยวกับอาการปวดท้องได้มากเท่าใด แพทย์ก็จะสามารถวินิจฉัยโรคเบื้องต้นได้และทำการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมได้ถูกต้อง รวดเร็ว โดยไม่เสียเวลา หรือสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น



สาเหตุ

อาการปวดท้องเกิดได้จากหลายสาเหตุ อาการอาจเป็นแค่ปวดเล็กน้อย หรือปวดมากและรุนแรงมากได้ อาการปวดมักจะไม่จำเพาะเจาะจง เนื่องจากอวัยวะในช่องท้องมีมากมายหลายอย่าง
โดยทั่วไปอาการปวดท้องเกิดจากอวัยวะในระบบทางเดินอาหาร ยกตัวอย่างเช่น ไส้ติ่งอักเสบ ท้องเสีย และอาหารเป็นพิษ เป็นต้น
สาเหตุที่ทำให้ปวดท้องอาจแบ่งเป็นชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรัง
โรคที่คนส่วนใหญ่กลัว ได้**่ ไส้ติ่งอักเสบ ถุงน้ำดีอักเสบ โรคแผลในกระเพาะอาหาร ภาวะการติดเชื้อ และอาการที่เกิดจากการตั้งครรภ์
โรคบางอย่างที่อาจต้องนึกถึงด้วย ได้**่ โรคของหลอดเลือดขนาดใหญ่ในช่องท้อง อาการหัวใจวายเฉียบพลัน ตับและตับอ่อนอักเสบ นิ่วในไต รวมทั้งโรคของลำไส้บางชนิด
อาการปวดท้องอาจไม่ได้เกิดจากอวัยวะในช่องท้อง โรคหัวใจและปอดอักเสบอาจก่อให้เกิดอาการปวดท้องที่รุนแรงได้เช่นกัน
ในเพศหญิงต้องนึกถึงสาเหตุจากอวัยวะในอุ้งเชิงกรานด้วย
ผู้ป่วยที่เป็นโรคงูสวัดที่บริเวณท้องจะมีอาการปวดท้องที่รุนแรงโดยที่อวัยวะภายในไม่ได้มีความผิดปกติแต่อย่างใด
อาการเป็นพิษบางอย่างทำให้เกิดอาการปวดท้องได้ เช่น แมลงกัดสัตว์ต่อย
อาการปวดท้อง


อาการปวดท้อง (abdominal pain) ที่มีสาเหตุจากอวัยวะต่างๆ ที่อยู่ภายในช่องท้อง ซึ่งเป็นไปได้ตั้งแต่ตับทางชายโครงขวา ม้ามทางชายโครงซ้าย กระเพาะอาหาร 9 และหลอดอาหารตรงกลาง ต่ำลงไปเป็นตับอ่อน ลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ ในสตรีมียังมีอวัยวะสืบพันธุ์สตรีที่อาจเป็นสาเหตุของอาการปวดท้องได้ เช่น มดลูก ปีกมดลูก และรังไข่ ส่วนกระเพาะปัสสาวะที่อยู่ในอุ้งเชิงกรานนั้น ถ้าเกิดการอักเสบ ย่อมก่อให้เกิดปัญหาปวดท้องได้เช่นกัน

เนื่องจากอาการปวดท้องนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุมาก ตั้งแต่โรคง่ายๆ ที่ไม่มีอันตรายมากนัก เช่น อาหารไม่ย่อย ท้องอืดท้องเฟ้อ โรคกระเพาะอาหาร หรือลำไส้ อักเสบ หรือปวดประจำเดือน ซึ่งอาจหายได้เอง หรือเมื่อได้รับยาบรรเทาอาการก็จะดีขึ้น ไปจนถึงโรคบางโรค ซึ่งเป็นโรคร้ายแรง ถ้าวินิจฉัยผิดพลาด หรือให้การรักษาไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก ก็อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เช่น ไส้ติ่งอักเสบ แผลในกระเพาะอาหารทะลุ ถุงน้ำดีอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ ลำไส้อุดตันหรือตีบตัน ท้องนอกมดลูก หรือถุงน้ำของรังไข่แตก เป็นต้น

ดังนั้น การที่ผู้ป่วย หรือผู้ใกล้ชิดที่ดูแลผู้ป่วย สามารถให้รายละเ**ยดเกี่ยวกับอาการปวดท้องได้มากเท่าใด แพทย์ก็จะสามารถวินิจฉัยโรคเบื้องต้นได้และทำการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมได้ถูกต้อง รวดเร็ว โดยไม่เสียเวลา หรือสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น



สาเหตุ

อาการปวดท้องเกิดได้จากหลายสาเหตุ อาการอาจเป็นแค่ปวดเล็กน้อย หรือปวดมากและรุนแรงมากได้ อาการปวดมักจะไม่จำเพาะเจาะจง เนื่องจากอวัยวะในช่องท้องมีมากมายหลายอย่าง
โดยทั่วไปอาการปวดท้องเกิดจากอวัยวะในระบบทางเดินอาหาร ยกตัวอย่างเช่น ไส้ติ่งอักเสบ ท้องเสีย และอาหารเป็นพิษ เป็นต้น
สาเหตุที่ทำให้ปวดท้องอาจแบ่งเป็นชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรัง
โรคที่คนส่วนใหญ่กลัว ได้**่ ไส้ติ่งอักเสบ ถุงน้ำดีอักเสบ โรคแผลในกระเพาะอาหาร ภาวะการติดเชื้อ และอาการที่เกิดจากการตั้งครรภ์
โรคบางอย่างที่อาจต้องนึกถึงด้วย ได้**่ โรคของหลอดเลือดขนาดใหญ่ในช่องท้อง อาการหัวใจวายเฉียบพลัน ตับและตับอ่อนอักเสบ นิ่วในไต รวมทั้งโรคของลำไส้บางชนิด
อาการปวดท้องอาจไม่ได้เกิดจากอวัยวะในช่องท้อง โรคหัวใจและปอดอักเสบอาจก่อให้เกิดอาการปวดท้องที่รุนแรงได้เช่นกัน
ในเพศหญิงต้องนึกถึงสาเหตุจากอวัยวะในอุ้งเชิงกรานด้วย
ผู้ป่วยที่เป็นโรคงูสวัดที่บริเวณท้องจะมีอาการปวดท้องที่รุนแรงโดยที่อวัยวะภายในไม่ได้มีความผิดปกติแต่อย่างใด
อาการเป็นพิษบางอย่างทำให้เกิดอาการปวดท้องได้ เช่น แมลงกัดสัตว์ต่อย


อาการ

อาการปวดท้องอาจมีลักษณะปวดเสียด ปวดตื้อๆ ปวดบิด บางครั้งปวดไม่นาน ปวดแค่ไม่กี่นาทีแล้วก็หายปวด หรือปวดท้องชนิดไม่หายเสียที
บางครั้งปวดท้องแล้วอาเจียน หลังจากได้อาเจียนอาจรู้สึกดีขึ้นบ้าง
ลักษณะของอาการปวดท้องและตำแหน่งที่ปวดช่วยในการวินิจฉัยโรคได้ เช่นเดียวกับความรุนแรงของอาการปวดท้อง และช่วงเวลาที่เกิดอาการปวดท้อง
การบันทึกติดตามอาการปวดท้องที่เกิดขึ้นภายในเวลา 2-3 วัน ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้ง่ายขึ้น รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของอาการต่างๆที่อาจเกิดขึ้นร่วมด้วย
อาการปวดท้องที่มีสาเหตุจากการอักเสบของไส้ติ่งนั้น มักจะเป็นการปวดเจ็บเฉพาะที่ท้องน้อยข้างขวา แต่อาจเริ่มแถบบริเวณรอบสะดือ อาการปวดอาจเริ่มน้อยๆ ก่อน แล้วเพิ่มความรุนแรงจนตัวงอ บริเวณที่รู้สึกปวดมักมีอาการเจ็บมากขึ้น ถ้าใช้นิ้วกดลงบริเวณนั้น
อาการปวดท้อง


อาการปวดท้อง (abdominal pain) ที่มีสาเหตุจากอวัยวะต่างๆ ที่อยู่ภายในช่องท้อง ซึ่งเป็นไปได้ตั้งแต่ตับทางชายโครงขวา ม้ามทางชายโครงซ้าย กระเพาะอาหาร 9 และหลอดอาหารตรงกลาง ต่ำลงไปเป็นตับอ่อน ลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ ในสตรีมียังมีอวัยวะสืบพันธุ์สตรีที่อาจเป็นสาเหตุของอาการปวดท้องได้ เช่น มดลูก ปีกมดลูก และรังไข่ ส่วนกระเพาะปัสสาวะที่อยู่ในอุ้งเชิงกรานนั้น ถ้าเกิดการอักเสบ ย่อมก่อให้เกิดปัญหาปวดท้องได้เช่นกัน

เนื่องจากอาการปวดท้องนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุมาก ตั้งแต่โรคง่ายๆ ที่ไม่มีอันตรายมากนัก เช่น อาหารไม่ย่อย ท้องอืดท้องเฟ้อ โรคกระเพาะอาหาร หรือลำไส้ อักเสบ หรือปวดประจำเดือน ซึ่งอาจหายได้เอง หรือเมื่อได้รับยาบรรเทาอาการก็จะดีขึ้น ไปจนถึงโรคบางโรค ซึ่งเป็นโรคร้ายแรง ถ้าวินิจฉัยผิดพลาด หรือให้การรักษาไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก ก็อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เช่น ไส้ติ่งอักเสบ แผลในกระเพาะอาหารทะลุ ถุงน้ำดีอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ ลำไส้อุดตันหรือตีบตัน ท้องนอกมดลูก หรือถุงน้ำของรังไข่แตก เป็นต้น

ดังนั้น การที่ผู้ป่วย หรือผู้ใกล้ชิดที่ดูแลผู้ป่วย สามารถให้รายละเ**ยดเกี่ยวกับอาการปวดท้องได้มากเท่าใด แพทย์ก็จะสามารถวินิจฉัยโรคเบื้องต้นได้และทำการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมได้ถูกต้อง รวดเร็ว โดยไม่เสียเวลา หรือสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น



สาเหตุ

อาการปวดท้องเกิดได้จากหลายสาเหตุ อาการอาจเป็นแค่ปวดเล็กน้อย หรือปวดมากและรุนแรงมากได้ อาการปวดมักจะไม่จำเพาะเจาะจง เนื่องจากอวัยวะในช่องท้องมีมากมายหลายอย่าง
โดยทั่วไปอาการปวดท้องเกิดจากอวัยวะในระบบทางเดินอาหาร ยกตัวอย่างเช่น ไส้ติ่งอักเสบ ท้องเสีย และอาหารเป็นพิษ เป็นต้น
สาเหตุที่ทำให้ปวดท้องอาจแบ่งเป็นชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรัง
โรคที่คนส่วนใหญ่กลัว ได้**่ ไส้ติ่งอักเสบ ถุงน้ำดีอักเสบ โรคแผลในกระเพาะอาหาร ภาวะการติดเชื้อ และอาการที่เกิดจากการตั้งครรภ์
โรคบางอย่างที่อาจต้องนึกถึงด้วย ได้**่ โรคของหลอดเลือดขนาดใหญ่ในช่องท้อง อาการหัวใจวายเฉียบพลัน ตับและตับอ่อนอักเสบ นิ่วในไต รวมทั้งโรคของลำไส้บางชนิด
อาการปวดท้องอาจไม่ได้เกิดจากอวัยวะในช่องท้อง โรคหัวใจและปอดอักเสบอาจก่อให้เกิดอาการปวดท้องที่รุนแรงได้เช่นกัน
ในเพศหญิงต้องนึกถึงสาเหตุจากอวัยวะในอุ้งเชิงกรานด้วย
ผู้ป่วยที่เป็นโรคงูสวัดที่บริเวณท้องจะมีอาการปวดท้องที่รุนแรงโดยที่อวัยวะภายในไม่ได้มีความผิดปกติแต่อย่างใด
อาการเป็นพิษบางอย่างทำให้เกิดอาการปวดท้องได้ เช่น แมลงกัดสัตว์ต่อย


อาการ

อาการปวดท้องอาจมีลักษณะปวดเสียด ปวดตื้อๆ ปวดบิด บางครั้งปวดไม่นาน ปวดแค่ไม่กี่นาทีแล้วก็หายปวด หรือปวดท้องชนิดไม่หายเสียที
บางครั้งปวดท้องแล้วอาเจียน หลังจากได้อาเจียนอาจรู้สึกดีขึ้นบ้าง
ลักษณะของอาการปวดท้องและตำแหน่งที่ปวดช่วยในการวินิจฉัยโรคได้ เช่นเดียวกับความรุนแรงของอาการปวดท้อง และช่วงเวลาที่เกิดอาการปวดท้อง
การบันทึกติดตามอาการปวดท้องที่เกิดขึ้นภายในเวลา 2-3 วัน ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้ง่ายขึ้น รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของอาการต่างๆที่อาจเกิดขึ้นร่วมด้วย
อาการปวดท้องที่มีสาเหตุจากการอักเสบของไส้ติ่งนั้น มักจะเป็นการปวดเจ็บเฉพาะที่ท้องน้อยข้างขวา แต่อาจเริ่มแถบบริเวณรอบสะดือ อาการปวดอาจเริ่มน้อยๆ ก่อน แล้วเพิ่มความรุนแรงจนตัวงอ บริเวณที่รู้สึกปวดมักมีอาการเจ็บมากขึ้น ถ้าใช้นิ้วกดลงบริเวณนั้น



การวินิจฉัย

โดยเฉลี่ยแล้วประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยที่มีอาการปวดท้อง จะตรวจพบสาเหตุที่ชัดเจน ในขณะที่**กครึ่งหนึ่งที่เหลือดมักจะไม่ตรวจไม่พบสาเหตุ
อาการอาจทุเลาน้อยลงไปโดยยังไม่ทราบแน่ชัดว่าปวดท้องจากอะไร แต่ถ้ายังคงมีอาการปวดท้องอยู่ ส่วนใหญ่จะพบสาเหตุในเวลาต่อมาไม่นาน
รายละเ**ยดอาการปวดท้องที่ช่วยในการวินิจฉัยโรค

ตำแหน่งหรือบริเวณที่เริ่มปวด เช่น บริเวณลิ้นปี่ รอบๆ สะดือ หน้าท้องส่วนบน ใต้ชายโครงขวา หรือซ้าย ท้องน้อยตรงกลาง เหนือหัวเหน่า หรือท้องน้อยขวา หรือซ้าย และเมื่อเวลาผ่านไปอาการปวดเปลี่ยนหรือ ย้ายที่หรือไม่
ปวดท้องมานานเท่าไร ภายในไม่กี่ชั่วโมง 2-3 วัน หรือเป็นเรื้อรังมานาน
ลักษณะของอาการปวดเป็นแบบใด ปวดเป็นพักๆ เดี๋ยวปวดมากเดี๋ยวเบาลง หรือปวดตลอดเวลา ไม่มีหยุดพักเลย และปวดแบบแสบร้อน ปวดเหมือนถูกแทง ปวดตื้อๆ หรือปวดถ่วงๆ เป็นต้น
อาการปวดเกิดขึ้นอย่างรุนแรงทันทีทันใด หรือค่อยๆ ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ จนทนไม่ได้จึงมาพบแพทย์
มีอาการปวดร้าวไปที่อื่นหรือไม่ เช่น ปวดร้าวไปที่หัวไหล่ขวาหรือซ้าย ร้าวไปหลัง ไปเอว ไปขาหนีบ หรือร้าวไปที่ลูกอัณฑะ
มีอาการอื่นที่เกิดร่วมด้วยหรือไม่ เช่น เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียนท้องผูก ท้องเสีย เป็นไข้ เหงื่อแตก หน้ามืดเป็นลม
สาเหตุที่ทำให้ปวดมากขึ้น เช่น อาหาร การถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระ การหายใจแรงๆ ไอหรือจาม การเคลื่อนไหว ท่านั่งหรือท่านอน
สาเหตุที่ทำให้ปวดน้อยลง เช่น อาเจียนแล้วดีขึ้น การอยู่นิ่งๆ ไม่เคลื่อนไหวท่านั่งหรือท่านอน การ งอตัว อาหารหรือยาบางชนิดเช่น ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร
ประวัติการเจ็บป่วย และโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ภูมิแพ้ โรคแผล ในกระเพาะอาหาร นิ่วในถุงน้ำดี เคยได้รับการผ่าตัดในช่องท้องหรือได้รับอุบัติเหตุที่ท้อง
ประวัติส่วนตัว ประวัติประจำเดือน การมีเพศสัมพันธ์ การดื่มสุรา สูบบุหรี่ การออกกำลังกาย งานประจำและงานอดิเรกที่อาจเกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วย
อาการปวดท้องที่ควรไปพบแพทย์

ปวดนานมากกว่า 6 ชั่วโมงแล้วอาการเป็นมากขึ้น
ปวดจนทานอาหารไม่ได้
ปวดท้องและอาเจียนอย่างมาก มากกว่า 3-4 ครั้ง
อาการปวดท้องเป็นมากขึ้นเมื่อขยับตัว
ปวดท้องที่บริเวณท้องน้อยด้านขวา
อาการปวดรุนแรงจนทำให้นอนไม่ได้
อาการปวดร่วมกับเลือดออกจากช่องคลอด
มีไข้ร่วมด้วย
หากอาการปวดท้องผิดแผกแตกต่างไปจากปวดท้องธรรมดาๆ ก็ไม่ควรวางใจ ควรพิจารณาไปรับการตรวจเพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องและได้รับการรักษาที่ทันท่วงที
ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ
สอบถามรายละเ**ยดเพิ่มเติม หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ ที่นี่

บทความที่เกี่ยวข้องตับอ่อน (pancreas)
แมลงสาบ (cockroach)
ท้องเดิน diarrhea
คำแนะนำสำหรับประชาชนเพื่อป้องกันโรคไข้หวัดนก
เชื้ออหิวาต์ O139 คือ อะไร
บทความที่เกี่ยวข้องทั้งหมด>>
สมัครสมาชิก เเนะนําติชม Medical Disclaimer ผู้จัดทำ


Copyright @ 2004-2008 BangkokHealth.com. All rights Reserved.

จาก นายบอกต่อ [29/1/2552 17:16:14 ]

ความคิดเห็นที่ 24
กัวเปนไส้ติ่งอ่ะ ปวดท้องด้านขวา แงจาสอบแร้วด้วย
แว่คนเปนไส้ติ่งเนี่ยคงไม่มานั่งเล่นคอมสบายใจเฉิบมั๊งงิงิ
จาก กัวเปนไส้ติ่ง [4/2/2552 17:49:33 ]

ความคิดเห็นที่ 25
กลัวเป็นไส้ติ่งเหมือนกัน ปวดท้องใต้สะดือด้านขวามาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ก้ไม่มีไข้ ไม่อาเจียนนะ แต่ก็เดินได้ปกติอยากรู้จัง
ฉันเป็นอะไรกันแน่
จาก เด็กเภสัช ปีหนึ่ง [8/2/2552 9:48:13 ]

ความคิดเห็นที่ 26
เราก็ปวดรอบๆสะดือ เป็นๆหายๆ
ปวดแปปเดียวก็หายแล้วนานๆปวด**ก ท้องเสียด้วย ไม่มีไข้
เป็นไส้ติ่งรึป่าวเนี่ย
จาก โอ๊ย! เจ็บ [1/3/2552 18:55:59 ]

ความคิดเห็นที่ 27
ตื่นมาตอนบ่ายกินบะหมี่ไป 1 ห่อ
แล้วพอ 6 โมงเย็น ก็ปวดท้องนิดหน่อย
เลยขึ้นว่าเพราะหิว
กินพิซซ่าไป**ก 2 ชิ้น
ก็ยังไม่หาย ปวด เลยไปนอนอเลย
พอตื่นมา ปวดท้องมากๆๆ ทนไม่ไหว
มาเสิร์ชดู 'ไส้ติ่ง' แล้วสักพักก็หายไปเฉยๆ
จะเป็บแบบเรื้อรังรึเปล่า ??

หมอจะตรวจยังไง??
จาก ไม่เข้าใจ [4/3/2552 21:06:56 ]

ความคิดเห็นที่ 28
เมื่อวานผมกินแตงโมแล้วทีนี้ ผมเผลอกินเมล็ดมันไป 5-6 เมล็ด

วันรุ่งขึ้น ตื่นมา สายๆ ก็รู้สึก มันแปร๊บๆไม่ถึงกับปวด ไม่มีอาการไข้ หรืออะไรเลย แต่มันปวดนิดๆ แบบรู้สึกได้ว่านิดๆ
บริเวณใต้หน้าอกด้านขวาลงมาไม่เลยสะดืออยู่ก่อนถึงสะดือเยอะเลย เอามือจับดูเหมือนเป็นซี่โครง ปวดนิดๆตรงนี้และครับ

ไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร ไส้ติ่งมันออกอาการเร็วขนาดนั้นเลยเหรอครับ ที่เรียนมามันเกิดจากการสะสมของของเสียที่ตกหล่นลงไป ใช่ไหมครับ
จาก Kenu [5/3/2552 12:33:45 ]

ความคิดเห็นที่ 29
มีอาการปวดท้องบริเวณด้านขวา (ใกล้ๆ สะโพก) จะคลื่นไส้ตอนเย็น ส่วนเช้ากับกลางวันไม่มีอาการ อยากทราบว่าเกิดจากอะไร หรือเป็นอะไร ใครทราบบ้างช่วยบอกหน่อยค่ะ...ขอบคุณมากค่ะ
จาก ผู้ป่วย [11/3/2552 13:05:40 ]

ความคิดเห็นที่ 30
พึ่งออกจากโรงพยาบาลไส้ติ่งแตกหมอโรงพยาบาลสมุทรปราการรักษาเก่งมาก หายกลับมาปกติ
ผ่ามา2แผล เพราะหาไส้ติ่งไม่เจอ เลยพักอยู่15วัน
แต่ตออนนี้หายดีแล้ว กำลังรักษาตัวอยู่
จาก ผู้ป่วย สุมทรปรการ [21/3/2552 14:31:28 ]

ความคิดเห็นที่ 31
ไม่แน่ใจว่าเป็นไส้ติ่งหรือว่านิ่วกันแน่เพราะไปหาคุณหมอมาสองท่านท่านแรกวินิฉัยคาดว่าจะเป็นไส้ติ่งต้องรอดูอาการคือคุณหมอนอนพักที่โรงพยาบาล
คุณหมอท่านที่สองสอบถามอาการต่างๆแล้วดูประวัติว่าเคยเป็นโรคอะไรมาบ้างคุณหมอลงความเห็นว่าเป็นนิ่วแต่คนไข้เคยมีประวัติเป็นนิ่วอยู่แล้ว
อาการทั่วไปโดยรวม
1.ปวดท้องด้านขาว
2.อาเจียน
3.ปวดร้าวไปด้านหลัง
ถ่ายปกติ ไม่มีไข้แต่ยังมีอาการปวดอยู่เรื่อยๆ
อยากทราบว่าอาการดังกล่าวคาดว่าจะเป็นไส้ติ่งหรือนิ่ว
ขอคำตอบด้วยนะค่ะ
คือว่าสามีเป้นคนไข้ค่ะ
จาก ขอคำตอบด้วยค่ะ [31/3/2552 8:22:43 ]
Page :  1 2 3 4 5 6 7 8
[ next>> ]  [ Last ]  
  ร่วมลงความเห็น > เพิ่มกระทู้ใหม่ > หน้ารวมกระทู้
รายละเอียด :
ผู้โพส :
อีเมล์ :
รูปภาพ :
ไฟล์ gif หรือ jpg ขนาดไม่เกิน 100 KB เท่านั้น
รหัสป้องกัน Security images